※เนื่องจากปัจจุบันมีการระบาดของไวรัสโคโลน่าสายพันธุ์ใหม่ ร้านค้าและสถานที่ต่างๆที่ลงในบทความ อาจมีการเปลี่ยนแปลงวันเวลาทำการครับ ขอแนะนำให้ท่านตรวจสอบข้อมูลจากHomepageก่อนเดินทางไปยังสถานที่นั้นๆครับ

วัดJindaijiฤดูร้อนอสูรน้อยคิทาโร่ร้านน้ำชาKitaroJindaijiIkkyuanสวนพฤกษชาติJindaiดอกบุกยักษ์Yumori no satoตลาดดารุมะวัดJindaiji

ราวกับKyoto?แนะนำที่เที่ยวฤดูร้อนวัด”Jindaiji” ในTokyo แบบไปเช้าเย็นกลับ

วัด "Jindaiji (深大寺) " ในเมืองChoufu จังหวัดTokyo

วิวรอบๆวัดที่มีประวัติศาสต์แห่งนี้ดูราวกับอยู่ในKyoto

อยู่ท่ามกลางแมกไม้ทำให้เย็นสบายแม้ในฤดูร้อน เหมาะกับคนที่อยากออกไปเที่ยวแต่ไม่ชอบอากาศร้อนจัด ใกล้ๆมีสวนสัตว์สาธารณะJindai(神代)อันโด่งดังและมีออนเซ็นด้วย จะมาเป็นครอบครัวหรือคู่รักหรือจะมาคนเดียวก็เพลิดเพลินได้

โพสนี้จะขอนำเสนอแผนเที่ยววัดJindaijiไปเช้าเย็นกลับค่ะ


จากป้ายรถเมล์ ถึง ร้านน้ำชาKitaro

หลังจากลงรถเมล์ก็จะพบกับวิวที่ทำให้รู้สึกว่า หลงเข้ามาในยุคไหน?เลยทีเดียวค่ะ

สองฝั่งถนนมีร้านรวงเรียงกันให้สัมผัสบรรยากาศยุคเก่า ที่ปลายทางก็จะเห็นประตูของวัดJindaijiอยู่ค่ะ

ให้บรรยากาศราวกับอยู่ในKyotoเลยค่ะ

ร้านแรกที่เห็นทางซ้ายคือ"ร้านน้ำชาKitaro" (鬼太郎茶屋 Kitaro Chaya)

เป็นร้านที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอสูรน้อยคิทาโร่มานั่นเองค่ะ

สร้างที่นี่เพราะเมืองChofu(調布市)เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของคุณMizuki Shigeru(水木しげる) ซึ่งเป็นผู้วาดการ์ตูนเรื่อง"อสูรน้อยคิทาโร่"(ゲゲゲの鬼太郎)

มีสินค้าของคิทาโร่วางขายอยู่หลายอย่าง แม้ไม่ได้เป็นแฟนการ์ตูนก็มาดูเพลินๆได้ค่ะ


ทานโซบะเป็นมื้อกลางวันก่อนเที่ยง

เดินต่อไปยังประตูวัดJindaiji

วัดJindaijiนี้มีชื่อด้านโซบะค่ะ

ในบรรดาร้านที่มีอยู่มากมาย ครั้งนี้จะขอแนะนำร้านชื่อ"Jindaiji Ikkyuan"(深大寺一休庵)ค่ะ

ร้านอยู่ใกล้กับประตูวัดJindaiji จุดสังเกตคือกังหันน้ำค่ะ

โซบะที่ขายเฉพาะในฤดูกาลก็มี สำหรับฤดูร้อนจะเป็น "มัชฉะโซบะ"(抹茶そば)ค่ะ

ตอนเอาไปจิ้มน้ำสึยุจะได้กลิ่นมัชฉะมากขึ้น เป็นรสชาติชั้นสูงค่ะ

อีกเมนูแนะนำคือ"GomadareSoba"(胡麻だれそば)ค่ะ

โซบะปรกติแล้วจะทานกับน้ำเมนสึยุ แต่กับGomadareก็เข้ากันดีอย่างคาดไม่ถึงค่ะ

หลังจากทานหมดปิดท้ายด้วยน้ำร้อนต้มโซบะกันด้วยนะคะ (วิธีทานคือเทน้ำร้อนต้มโซบะลงในสึยุแล้วดื่ม)

ดิฉันมีเหตุผลที่ทานมื้อกลางวันไม่นานหลังจากมาถึงนะคะ

เพราะวัดJindaijiมีขนมปิ้งที่เดินไปทานไปได้ วางขายอยู่มากมาย เลยทานกลางวันเสียก่อน หลังจากนั้นก็จะเดินเล่นชมวัดไปทานไปด้วยยังไงล่ะคะ!


เดินทอดน่องวัดJindaiji

หลังจากทานโซบะที่ร้านIkkyuanแล้ว เราก็เข้าวัดJindaijiกันค่ะ

วัดJindaijiนี้สร้างขึ้นราว1300ปีก่อน

มีชื่อเสียงอีกด้านเป็น"ตลาดดารุมะวัดJindaiji"(深大寺だるま市 Jindaiji Daruma Ichi) 1ใน3ของตลาดขายตุ๊กตาดารุมะที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ชากะเนียวไร(銅造釈迦如来倚像 DouzouShakaNyoraiIzou)ของวัดเป็นสมบัติของชาติค่ะ

ร้านขายไทยากิและโอบังยากิ"Baigetsu"(梅月)ที่อยู่ใกล้ๆวัดJindaiji

บริเวณวัดJindaijiจะมีร้านขายหมั่นโถวโซบะ น้ำแข็งใส มิตาราชิดังโงะ และของกินอื่นๆที่สามารถซื้อมาเดินทานได้มากมาย!

สิ่งก่อสร้างที่กลมกลืนกับธรรมชาติ ให้ความรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลากลับไปยุคเก่าค่ะ

เมื่อเดินเล่นรอบวัดเสร็จแล้ว เราก็ไปต่อกันที่สวนพฤกษชาติJindai(神代植物公園)กันค่ะ

เดินไปตามทางที่มีอาคารสวยๆไปเรื่อยๆก็จะเจอทางลาดขึ้นไปยังสวนพฤกษชาติJindaiค่ะ


มาถึงสวนพฤกษชาติJindai

ที่สวนพฤกษชาติJindaiนี้มีชื่อด้าน”สวนกุหลาบ”(バラ園)

ทำให้นึกถึงสวนของพระราชวังแวร์ซายเลยค่ะ!

ที่เห็นด้านในคือสวนพฤกษชาติค่ะ

แนะนำว่าให้เช็คช่วงเวลาที่จะได้ดูดอกกุหลาบจากหน้าเว็บไซต์ของสวนพฤกษชาติJindaiมาก่อนนะคะ

แต่ถึงแม้ดอกกุกลาบจะยังไม่บาน ก็เป็นสวนที่สวยงามค่ะ

มีดอกไม้หลากหลายบานตามฤดูกาลให้ชม เช่น ไฮเดรนเยียและกุหลาบพันปี ค่ะ

ทางนี้คือที่บริเวณที่พักในสวนพฤกษชาติJindai ”พาร์เทน่อน” มีพัดลมไอน้ำมาทำความเย็นให้ในฤดูร้อนค่ะ


เอาล่ะ!เข้าไปในสวนพฤกษชาติ

สวนพฤกษชาติของสวนพฤกษชาติJindaiดูกว้างมากค่ะ

เริ่มจากแอเรียพรรณไม้เขตร้อน

มีผลทุเรียนและมะม่วงด้วยค่ะ

สวนบีโกเนียก็มีบีโกเนียหลากพันธุ์บานอยู่ ไม่พลาดถ่ายลงอินสตราแกรมค่ะ

สระบัวหลวงในสวนพรรณไม้น้ำค่ะ

เพิ่งรู้ว่าปีนี้(ปี2019)เป็นปีที่ดอกไม้อย่าง”ดอกบุกยักษ์”(ショクダイオオコンニャク)กำลังบาน เมื่อบานจะส่งกลิ่นแปลกประหลาดอบอวล ซึ่งจะบานแค่4ปีครั้งค่ะ!

ดอกบานในวันที่29กรกฏาคมที่ผ่านมา และจะเหี่ยวแห้งไปเรื่อยๆ ถ้ารีบมาดูอาจจะทันเห็นค่ะ!


คลายความเหนื่อยล้าจากการเที่ยวที่"Yumori no sato"ออนเซ็นของวัดJindai

คลายความเหนื่อยจากการเดินเที่ยววัดJindaijiและสวนพฤกษชาติJindaiที่ออนเซ็นกัน!

เดินจากสวนพฤกษชาติJindaiประมาณ10นาทีจะเจอบ่อออนเซ็นของวัดJindaiji "Yumori no sato""湯守の里"

เป็นบ่อน้ำพุร้อนดำธรรมชาติ มีคลอไรด์และโซเดียมค่ะ

มีบ่อน้ำพุร้อนเปิด3แบบ อุณหภูมิก็ไม่ร้อนจนเกินไป ลงไปแช่สบายๆค่ะ

อาหารในห้องอาหารในชั้น2ก็ดีค่ะ

"ข้าวต้มสมุนไพร "(薬膳御粥 Yakuzen Okayu) เข้ากันได้ดีกับวันที่อากาศร้อนค่ะ

จบไปแล้วกับแผนการเที่ยว1วันแบบไปเช้าเย็นกลับที่วัดJindaijiค่ะ

วัดJindaijiไม่ได้มีชื่อเสียงมาก จึงทำให้เป็นจุดชมวิวลับที่มีนักท่องเที่ยวน้อยแม้จะอยู่ในTokyo

แนะนำสำหรับใครที่อยากลืมความวุ่นวายของเมืองหลวงและอยากหนีร้อน มาเที่ยวที่นี่กันไหมคะ?


รายละเอียด:

วัดJindaiji (深大寺)
ที่อยู่:รหัสไปรษณีย์182-0017 Tokyo-to, Chofu-shi, Jindaijimotomachi5-15-1 (〒182-0017 東京都調布市深大寺元町5-15-1)

เบอร์ติดต่อ:042-486-5511

Homepage:https://www.jindaiji.or.jp/

การเดินทาง:นั่งรถบัสจากสถานีChofu(調布駅)มาประมาณ15นาที, นั่งรถบัสจากสถานีKichijoji(吉祥寺駅)ประมาณ30นาที, นั่งรถบัสจากสถานีMitaka(三鷹駅)ประมาณ25นาที

  

สวนพฤกษชาติJindai (神代植物公園)
ที่อยู่:Chofu-shi, jindaiji motomachi ni・go-chome, jindaiji kitamachi ichi・ni-chome, jindaichi mimanimachi yon・go-chome (調布市深大寺元町二・五丁目、深大寺北町一・二丁目、深大寺南町四・五丁目)

เบอร์ติดต่อ:042-483-2300

 Homepage:https://www.tokyo-park.or.jp/park/format/index045.html

เวลาเปิดสวน:9:30 - 17:00
※เวลาเข้าสวนหลักได้ถึง16:00 เวลาปิดสวนน้ำ16:30

วันหยุดสวน:ทุกวันจันทร์(หากวันจันทร์ตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์จะหยุดวันถัดไป)、วันหยุดปีใหม่(ตั้งแต่29ธันวาคมถึง1มกราคม)

ค่าเข้า:ผู้ใหญ่500เยน、นักเรียนมัธยมต้น 200เยน、นักเรียนประถมลงไปไม่เสียค่าเข้าชม

ถูกใจเพจ

เรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

Change Language